All by myself

 

 

All by myself

 

                อังคารที่ 1 กรกฎาคม 2552 อีกวันที่ควรจารึกไว้ในประวัติชีวิตแม่ลูกสองที่ต้องผจญภัยในบ้านตัวเองตามลำพังอีกครั้ง... ก็ไม่ลำพังสิ.. มีลูกอีกสองและอาม่าอีกหนึ่งด้วย......

 

                จำได้ว่าเคยเล่าเรื่องการผจญภัยของแม่ท้องให้ฟัง ตอนนั้นก็เป็นคืนที่เหน็ดเหนื่อยคืนหนึ่งสำหรับแม่ท้องแก่ลูกอีกหนึ่ง..

                นี่เป็นอีกคืน.. เหตุการณ์คล้ายกัน.. เริ่มจาก...พ่อไม่อยู่ ไปฟิลิปปินส์ จะกลับเอาวันศุกร์

 

                บรรยากาศมาคุมาตั้งแต่ตอนเลิกงาน มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเมฆหนาดำทะมึนอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นแล้วน่าขนลุกราวกับจะมีนากิสในกรุงเทพฯ.. หันไปถามน้องๆ เอ.. เค้าว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯเมื่อไหร่นะ..

            มีคนตอบว่าเดือนกรกฎาสิงหาเนี่ยแหละ.. ทำไม range กว้างนักฟระ ก็ได้ตั้งแต่วันนี้เลยอ่ะดิ..

                แล้วก็ได้ยินอีกคนตะโกนว่าเดือนสิงหาตะหาก....

 

                เกือบหกโมงเย็นแล้ว แม่ตัดสินใจรีบกลับบ้านดีกว่า ไม่มีอารมณ์เผชิญบรรยากาศฝนตกรถติดแบบน้องว่าน AF ซักเท่าไหร่...

            ปรากฎว่าไม่ทัน ลงลิฟท์มาถึงชั้นล่าง ฝนเริ่มตก แม่รีบจ้ำๆข้ามถนนซอยไปอีกตึกหนึ่งที่จอดรถไว้ เปียกฝนเล็กน้อยพอทำมิวสิควีดีโอได้.. กดลิฟท์ขึ้นไปชั้น 7 มองหารถตัวเอง...

                ฝนเทลงมาอย่างหนักชนิดฟ้าถล่ม... แม่รีบโดดเข้าไปในรถ แล้วเริ่มคิด จะไปเลยหรือรอฝนซาดี

                ขับออกไปตอนนี้ก็มองทางแทบไม่เห็น แต่ถ้ารอฝนซารถคงติดหนัก แล้วเด็กๆต้องรอแม่ถึงกี่โมงกัน...

                ตัดสินใจขับรถฝ่าฝนไปดีกว่า...

 

                ไม่เลวร้ายจนเกินไป ขับไปแบบไม่เร็วนักบนทางด่วนก็พอมองทางเห็น รถก็ไม่ค่อยติด เพราะคงมีคนรอฝนซาอยู่จำนวนหนึ่ง ถึงบ้านอาม่าราวทุ่มหนึ่ง เร็วกว่าวันฝนไม่ตกซะอีก...

 

 All by myself

                แทนทำการบ้านเสร็จแล้ว กำลังกินยา ส่วนธันกำลังง่วงนอนเพราะตื่นมาตั้งกะบ่ายสาม..

                แม่รีบโกยข้าวเย็นเข้าปากอย่างรวดเร็ว แทบไม่รู้ตัวว่ากินอะไรเข้าไปบ้าง... คิดแค่จะรีบพาเด็กๆกลับบ้านกัน

                ทำเวลาได้ดี ทุ่มครึ่งก็พร้อมออกเดินทาง ปกติกว่าเราจะออกจากบ้านอาม่าได้เลยสองทุ่มทุกที

 

                เปิดทีวีบ้านอาม่าดู เห็นแทมมี่กะลังแข่งกะวีนัสเซตแรก... อยากดูจัง รีบกลับพาเด็กๆเข้านอนแล้วไปเอกเขนกบนโซฟาดูต่อที่บ้านดีกว่า...

 

                ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนเยี่ยงนั้นมีเพียงในความฝัน...

 

                ขับรถมาถึงหน้าบ้าน กดรีโมทเปิดประตู เปิดไม่ได้ คาดว่าน้ำเข้ามอเตอร์ อาจจำทำให้ breaker ของประตูรีโมทดีดลงมา..

                โชคยังดี ฝนหยุดแล้วในตอนนั้น แม่จอดรถหน้าบ้าน คว้ากุญแจไขประตูเล็กเดินเข้าไปในบ้าน ปรากฏว่าไฟดับทั้งบ้าน ไม่ใช่แค่ประตูรีโมท..

 

                ตามสัญชาติญาณของ problem analysis.. พอไฟบ้านตัวเองดับปุ๊บ รีบกวาดตามองบ้านคนอื่น ดับด้วยป่าวหนอ..

                บ้านตรงข้ามไม่ดับ..

 

                แต่บ้านข้างๆดับเหมือนกัน และเดินมาบอกว่าฟ้าผ่ามิเตอร์พังตั้งแต่บ่าย โทรไปแจ้งแล้ว การไฟฟ้ากำลังมา

                อ้าว แล้วบ้านเราเป็นเหมือนกันป่าวหว่า...

 

                แม่ขึ้นชั้นบนไปคว้าไฟฉายมาส่องดูตรงแผงไฟในบ้าน เห็นว่าเซฟทีคัทดีดลงมา พยายามดันกลับขึ้นไปก็ไม่ได้...

                อ่อ ลืมบอก.. ทุกกิจกรรมที่กล่าวมา มีแทนเดินตามติดทุกฝีก้าวชนิดที่เรียกว่า พอแม่หยุดเดิน หน้าแทนก็จิ้มเข้ามาที่ก้นแม่ทุกทีไป...

 

                ลองปิด breaker ย่อยทุกตัวลงไปหมด แล้วพยายามดันเซฟทีคัทขึ้นไปใหม่.. ก็ไม่ได้อีก.. แย่ล่ะสิ ทำไงดี

            บ้านตรงข้ามเดินมาช่วยดู ทำไรไม่ได้เหมือนกัน ต้องใช้วิธี by pass เซฟทีคัทไป... หมายความว่า ถ้าไฟดูดก็จะไม่ตัด... อันตรายอยู่เหมือนกัน

                โมเมนต์นั้นก็ต้องเอาล่ะ ได้แต่หวังว่าจะไม่โชคร้ายขนาดนั้น แล้วค่อยเรียกช่างมาดูละกัน สองทุ่มกว่าแล้ว แทนยังไม่ได้อาบน้ำเลย..

                ดีที่ธันง่วงจัด อาม่าจึงพาขึ้นนอนไปก่อนเมื่อไฟมา...

 

                พอไฟมา แม่ก็ใช้รีโมทเปิดประตูรั้วได้ ถอยรถเข้าบ้าน.. หึ หึ.. เอารถไปเบียดฝาบ้านซะงั้น.. เซงจิง รถยังไม่เปลี่ยนป้ายเลย..

                ไม่มีเวลาเซ็งนาน เพราะต้องรีบเอาแทนไปอาบน้ำและเข้านอน แม่จึงกดรีโมทปิดประตูและพบว่ามันปิดไม่ได้ ประตูพัง....

 

                เฮือก... อยากจะกรี๊ด... มีอะไรอีกมั้ย คืนนี้ จะมีอะไรอีกมั้ย... เอามาให้ครบๆเลยสิว้อย..

 

                ส่องดูประตูรีโมท ฟันด้านล่างสึกไป ทำให้ล้อฟรี เลื่อนไม่ได้ เอามือช่วยขยับก็ไม่ได้อีก.. แม่ต้องเปิดครัวไปหยิบไขควงมาลองย้ายจุดเซ็นเซอร์ ทั้งนี้ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มพรำๆลงมาอีกระลอก....

                บรรยากาศโรแมนติคจริงๆ เสียดายคู่เดทดันเป็นประตูรั้วซะนี่...

 

                แทนก็ยังคงวิ่งเข้าวิ่งออกตามแม่อยู่เนืองๆ แม่แงะประตูไป ก็ปากเปียกปากแฉะบอกลูกไปให้อยู่ในร่ม อย่าออกมาตากฝน...

 

                แก้ไม่สำเร็จ ต้องปลดรีโมทออกใช้เป็นแมนนวลแทน วิ่งหากุญแจปลดรอบบ้าน ไม่เจออีก โทรหาพ่อรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้จำไม่ได้

 

                ปลดสำเร็จ ลากประตูรั้วปิดเรียบร้อย พาแทนขึ้นห้อง อาบน้ำ... เตรียมตัวนอน

 

            อ่อ ก่อนจะพาแทนขึ้นห้องมีเรื่องชุลมุนอีกเล็กน้อย.. พ่อบอกแม่ให้โทรหาเซฟทีคัทพรุ่งนี้เพื่อนัดช่างมาดูไฟ..

                แม่ (ซึ่งเหนื่อยค่อดๆในตอนนั้น) หูอื้อไปหมด แถมช่วงนี้งานก็ยุ่งมากๆ ตอบกลับไปว่า            

                “แม่ลาไม่ได้แล้ว เพิ่งลาพาลูกไปหมอเมื่อวันศุกร์เอง ช่วงนี้งานยุ่งมาก”

            พ่อขึ้นเสียงสูงกลับมาตามสาย...

                “ไม่ได้บอกให้ช่างมาพรุ่งนี้ บอกให้โทรหาเฉยๆ...”

            น้ำตาที่ใกล้จะหยดเต็มแก่ร่วงแหมะลงมาทันที... แม่ตอบกลับไปด้วยเสียงเครือๆ

                “แล้วแม่จะพยายามหาเวลาโทรให้แล้วกัน”

            “เธอเป็นอะไรน่ะ”

                “ก็เหนื่อยไง เหนื่อยมาก เข้าใจไหม แม่เหนื่อยมาก ต้องเจอกับอะไรๆแบบนี้ แค่นี้นะ แม่ต้องพาลูกไปอาบน้ำแล้ว”

            แม่วางสายไปทั้งน้ำตากลบตา รู้สึกตัวว่าไม่เคยอ่อนแอเท่านี้มานานแล้ว..

                แทนซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไปค้นๆขนมบนโต๊ะอาหาร ได้ลูกอมที่อาเหง่นเคยให้ไว้มาหลอดหนึ่ง

                “แม่แทนอยากกินอันนี้”

            “ไม่กินขนมแล้วนะลูก ดึกแล้ว ไปอาบน้ำนอนได้แล้ว”

            “ไม่เอาอ่ะ แทนจะกิน แทนจะกิน” ตั้งท่าจะอาละวาด

                “แทนไม่ดื้อกับแม่ได้ไหมครับลูก วันนี้แม่เหนื่อยมาก..”

            “แม่... แม่ร้องไห้เหรอ... แม่เป็นอะไร” แทนเพิ่งสังเกต เพิ่งเคยเห็นด้วยมั้ง... แม่ไม่ค่อยเป็นแบบนี้ให้ใครเห็นบ่อยนักหรอก..

                แม่ดึงแทนมากอด

                “ใช่ครับ แม่เหนื่อยมากน่ะลูก.. หนูอย่าดื้อกับแม่เลยนะ ขึ้นห้องนอน ไปอาบน้ำกันนะครับ”

            แทนเอาขนมไปวางที่เดิมแล้วเดินจูงมือแม่ขึ้นห้องนอนโดยดี...

                อย่างน้อยๆ บนความเหน็ดเหนื่อยสุดชีวิต ก็มีมุมให้แม่ชื่นใจ แม่ดีใจและภูมิใจในตัวแทนมากนะครับ...

All by myself

 

                อาบน้ำแปรงฟันให้แทนและส่งขึ้นเตียงนอนจนเรียบร้อย

                พอง้างมือจะกด password เครื่องกันขโมยก็เพิ่งเห็นว่า อ้าว โซน 5 ทำไมยังเปิดอยู่ แล้วอีโซน 5 นี่มันตรงไหนว้า... ต้องเดินกลับลงไปชั้นล่าง

                จำได้ว่า ตั้งแต่เข้าบ้านมา แม่เปิดหน้าต่างบานเดียว แล้วก็ประตูครัว ซึ่งก็ปิดสนิทไปเรียบร้อยแล้ว ลองขยับๆหน้าต่างบานที่เคยเปิดไปมาเผื่อตำแหน่งไม่ตรง ขยับไปขยับมา โซน 5 ไม่ดับ ยังมีโซน 3 โผล่มาอีก.. อือ แสดงว่าไม่เกี่ยวแล้วล่ะ หน้าต่างบานนี้เป็นโซน 3

            ลองเปิดปิดประตูครัวใหม่ ก็พบว่าไม่เกี่ยวเหมือนกัน แล้วมันบานไหนกันล่ะว้า... โทรหาพ่ออีกละ เห็นประโยชน์ของ International Roaming Feature กันจะๆก็คราวนี้

                พ่อบอกว่าคงเป็นหน้าต่างห้องเล็กชั้นล่างที่เปิดออกไปหาห้องครัว สงสัยมันคงขยับนิดหน่อยตอนที่แม่เปิดปิดประตูครัว เพราะบานนี้ sensitive จัด..

                แม่ขยับหน้าต่าง วิ่งออกมาดูกันขโมยว่าไฟโซน 3 ดับหรือยัง วิ่งเข้าไปขยับใหม่ วิ่งออกมาดู เป็นอย่างนี้นับ 10 รอบ ไฟยังไม่ดับ... ไม่ไหวแล้วอ่ะ ต้องการตัวช่วยด่วน..

                เดินขึ้นไปตามอาม่ามาช่วยยืนส่องดู status กันขโมยให้หน่อย ตอนที่แม่ไปขยับหน้าต่าง แทนใกล้จะหลับเต็มที แม่เหลือบไปเห็นหนังสือนิทานวางอยู่ข้างตัว คงรอแม่มาอ่านให้ฟัง... น้ำตาแม่จะไหล.. ขอโทษนะครับลูก คืนนี้แม่ยุ่งเหลือเกิน...  

            หอมแก้มแทน กระซิบว่า เดี๋ยวแม่กับอาม่าลงไปจัดการกับเจ้ากันขโมยก่อน หนูนอนหลับก่อนนะครับ.. แทนพยักหน้าเบาๆ

                อาม่าเดินตามลงไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับแม่ หน้าต่างนี้มัน sensitive มากจริง แม่ขยับไปมา อาม่าก็คอยส่งเสียงบอก

                “เขียวแล้ว อ่ะแดงอีกละ เขียว แดง เขียว แดง.......” โอ.. ตรูอยากจะบ้า ถ้าทำคนเดียวจะทำได้ไงเนี่ย...

                แต่ในที่สุด เราสองคนก็ทำสำมะเหร็ด.. ได้เอนหลังสักทีวุ้ย.. 4 ทุ่มแล้ว

 

                แทมมี่เป็นยังไงบ้างนะ.. (ยังอุตส่าห์มีอารมณ์นึกถึง) เหลือบไปมองทีวีว่าจะเปิดดู เพิ่งจะเห็นว่าเครื่องรับยูบีซีไฟไม่ติด.. หึ หึ ครบหรือยังนะ บททดสอบสำหรับคืนนี้...

                โทรหาพ่อรอบที่ร้อยเห็นจะได้ ไม่รู้ล่ะ ไม่ยอมเดือดร้อนคนเดียวว้อย... ช่วยรับรู้ความวุ่นวายในครั้งนี้ด้วยเถิด

                แต่ก็บอกพ่อว่า ครั้งสุดท้ายละ นอนเหอะ ไม่ต้องกังวล จะนอนแล้วเหมือนกัน ยูบีซีจะพังก็ช่างมันก่อนล่ะ แล้วก็วางสายไป ปล่อยให้พ่อนอนมึนตึบข้ามประเทศอยู่คนเดียว..

 

                เด็กๆหลับกันหมดแล้ว แม่ว่าจะปิดไฟห้องนอน จึงเดินไปเปิดโคมไฟเล็กและเครื่องฟอกอากาศ... เฮอะๆ.. ไม่ติด.. เริ่มขำกะชีวิต ใกล้บ้าละ...

                ใช้สมองอันน้อยนิดไตร่ตรองชั่ววินาที จึงสำเหนียกว่ายูบีซีน่ะไม่ได้เป็นไรหรอก แต่สงสัยจะไม่ได้เอาเบรคเกอร์ของปลั๊กไฟห้องนอนขึ้นซะมากกว่า เดินลงชั้นล่างรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้.. จริงๆด้วย ดันเบรคเกอร์ขึ้นมา...

                สิ้นสุดกันที Long night ของแม่ลูกสอง... แผ่นหลังกับเตียงได้พบกันเสียที

                คิดๆแล้วก็ให้นับถือ single mom ทั้งหลายเสียเหลือเกิน... ไม่นึกเลยว่าการพึ่งพาตนเองในทุกๆเรื่องนี่มันสาหัสถึงเพียงนี้.. เพียงเพราะไม่เคยได้เตรียมการเรียนรู้ไว้ก่อนเท่านั้นเอง...

 

 

All by myself   

            

                ฝากถึงยอดดวงใจทั้งสองของแม่เอ๋ย...

                ไม่ต้องกังวลนะครับ คราวหน้าแม่ไม่กลัวแล้วล่ะ เหตุการณ์ชิลชิลแบบนี้ เพราะแม่ผ่านทุกเรื่องมาหมดแล้วในคืนเดียวกัน...            

            Mommy’s always with you..

 

            Good night ครับ...

Posted on Wed 2 Jul 2008 14:22

ฮ่า (ขอแอบใจร้ายฮ่าเดียว)....ขำตอนเริ่มขำกับชีวิตอ่ะ

ก็แปลกนะ...มักไม่มีคืนแบบนี้เวลาเป็นพ่ออ่ะ??

ป๊อก   
Fri 4 Jul 2008 14:04 [9]

อ่ะ อ่ะ อ่ะ จะขำเหมือนกันน้องอ้อ ตะว่าใครจะช่างโชคดีโป๊ะเช๊ะเหมือนน้องอ้อบ้างเนี่ย ยกนิ้วให้ เก่งมากๆเลยคะ น้องแทนน่ารักมากด้วยค่ะ
น้องปัณณ์กะน้องปุญญ   
Fri 4 Jul 2008 14:02 [8]

555
ขอขำก่อนนะ แต่ถ้าอยู่ในอารมณ์และสถานการณ์นั้น คงจะหัวเราะไม่ออก
เหมือนที่จิบบอกนั่นแหละ ต้องมีสติเท่านั้น ทุกอย่างถึงจะผ่านไปได้ด้วยดี
แม่อ้อยังโชคดีที่มีอาม่ามาช่วยอีกคน ถ้าป็นเรานะ คงได้จัดการและทำเองคนเดียวหมด
ที่บ้านแม่อ้อทุกอย่างมันไฮเทคไปหมดเลยเนอะ
เก๋มนช่อ-จินจินshor.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 16:53 [7]

เก่งจิงค่ะ คุณแม่
nongbig.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 9:56 [6]

555 เข้าใจเอ๊ย เข้าใจจัง
สติ สติ สติ ท่องว๊ายยย
ไม่มีอะไรจะช่วยเราได้ นอกจากจายเย็งเย็ง
จิบนะ โคตะระ จะเข้าใจเลย พี่อ้อเอ๋ย
บางวัน ของจิบก็ได้โปรฯรวมฮิตคล้ายๆแบบนี้เหมือนกัน
ยิ่งตอนอยู่ปากช่องนะ กร๊ากก หายห่วง
แค่ตอนนั้น ไม่ได้มีลูกสองกระจองอแงเท่านั้นเอง (เฮ่อออ)

มองในแง่ดี แย่กว่านี้มีอีกมะ คริ คริ
jjbrothers.diaryclub.com   
Wed 2 Jul 2008 20:33 [5]

เป็นวันที่น่าจดจำสุดๆๆ ไปเลย

ข้าวเย็นนั่น...โกยเข้าปากเลยเหรอพี่อ้อ 5555
ไฟดับที่บ้านโดยที่ไม่มีพ่อบ้านอยู่ด้วย น่ากลัวเจงๆ
ดีที่พี่อ้อ มีอาม่าคอยช่วยเหลือ จุ๊บๆ อาม่า 1 ฟอดดดดด
ขำภาพแทน เดินตามก้นแม่ ต้อยๆๆ
บ้านพี่อ้อไฮเทคทุกอย่าง (สมกับเป็นคนไอทีจริงๆ ) ถ้าเป็นปลาเจอปัญหาแบบนี้คงมึนตึ๊บแน่ๆ
อ่านแล้วเหนื่อยตามมากๆ ตรงแก้สัญญาณกันโขมย
55555 ยังมีอารมณ์นึกถึงแทมมี่อีกนะ

อ่านไดหน้านี้แล้ว ยกตำแหน่งหญิงเหล็ก+ไอที ให้เลยจ๊ะ
ไดฯ ที่แล้วก็ว่าเหนื่อยนะ อ่านหน้านี่แล้วที่สุดของที่สุดเลยอ่ะ

ปล. แทนน่ารักนะ ยังเข้าใจแม่ ปลาเคยบอกกับปุยฝ้ายว่า อย่าดื้อได้มั้ยแม่เหนื่อย
ปุยฝ้ายบอก แม่ไปขายพวงมาลัยมาเหรอ ... กร๊ากกกก
mylittlegirl.diaryclub.com   
Wed 2 Jul 2008 15:24 [4]

การบ้านต้นตาลง่ายไง แล้วก็มีแค่อาทิตย์ละวัน
พ่อแม่เลยสบาย ลูกก็สบายไม่ค่อยเกเร
แต่ถ้าต้องทำทุกวัน คาดว่า แม่คงปวดหัวไม่น้อย เห่อ เห่อ

สารภาพก่อนว่าอ่านไปขำไปสงสารไปอ่ะ
ขำที่เหตุการณ์ทุกอย่างมันช่างใจร้ายกับพี่อ้อเหลือเกิน
แล้วก็สงสารที่ไม่มีคนคอยช่วย เฮ้ออออ เหนื่อยจริงๆอ่ะ
ยอมรับฟระ ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ คงแย่เหมือนกัน
ยิ่งอ่านยิ่งไม่คิดที่จะติดรั้วไฟฟ้าฟระ สองรอบแล้วนะเนี่ย เอิ้กกกก
แถมเจอกันขโมยอีก เฮ้ออออ ตกลงถ้าขโมยมาจริงๆเราจะรู้ไหมเนี่ย

ขอให้พี่ต่อกลับมาเร็วๆเน้อ ไม่ไหว ไม่ไหว เหนื่อยแทนจริงๆ


tontarn.diaryclub.com   
Wed 2 Jul 2008 15:04 [3]

หน้าโน้นเหนื่อยแห่ก หน้านี้เหนื่อย
โหกกกกกกกก

อ่ะนะ คุณแม่สู้ๆ ^^

แทนเป็นเด็กดี เดินเคียงข้างคุณแม่ตลอด
nongnun.diaryclub.com   
Wed 2 Jul 2008 15:03 [2]

ใครว่าอ่านไดฯหน้าที่แล้วแล้วเหนื่อย... ให้โอกาสคิดใหม่ได้..

ใครอ่านแล้วแอบขำ แปลว่าใจร้ายมาก... ฮึ่ม..
tannoi.diaryclub.com   
Wed 2 Jul 2008 14:27 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

<< July >>

S

M

T

W

T

F

S

29 

30 

1 

7 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>