มหัศจรรย์นิทานดนตรี
เขียนไดฯหน้านี้ไว้หลายวันแล้ว แต่ไม่ได้โพสต์เพราะลืมเอารูปประกอบมา ลืมแล้วลืมเล่า ลืมมาเป็นอาทิตย์ จนเรื่องเอาท์ไปแล้ว แถมยังมีเรื่องหัวหินจ่ออยู่อีก อิอิ
อย่ากระนั้นเลย เอาตัวหนังสือล้วนไปอ่านกันก่อน วันไหนไม่ลืมจะเอารูปประกอบมาแปะให้จ้า
---------------------------------------
แทนเป็นแฟนพันธุ์แท้ของนมตระกูลเอนฟา จำได้ว่าตอนขวบปีแรกที่นมแม่เริ่มไม่พอ แม่ก็ให้แทนหม่ำนมผสมเอส 26 สูตร 1 อยู่จนครบขวบจึงคิดเปลี่ยนเป็นสูตร 2
ถ้าจำไม่ผิด เอส 26 สูตร 2 มีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่ด้วย แม่จึงเปลี่ยนมาเป็นเอนฟาโปรแทนซึ่งข้างกระป๋องเขียนชัดว่าไม่มีน้ำตาล.. หลังจากนั้นก็เปลี่ยนสูตรไปตามวัย จากเอนฟาโปรเป็นเอนฟาโกรแล้วก็เอนฟาคิดตามลำดับ จวบจนกระทั่งนม UHT ก็กินนมเอนฟาคิดเป็นหลัก เพราะแทนชอบรสช็อคโกแลตกับรสวานิลาซึ่งดูเม็กซ์ไม่มี...
นม UHT เอนฟาคิดชอบมีโปรโมชั่น ซื้อ 8 แพคแล้วแถมนู่นแถมนี่ แม่บ้านบ้าของแถมอย่างแม่ก็เลยชอบขนซื้อทีละ 8 แพค
มีอยู่วันหนึ่ง กำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์นม พนักงานก็มาเชิญชวน...
ซื้อครบ 8 แพค แถมแม่เหล็กนะคะ...
ของแถมเป็นตัวติดตู้เย็นทำจากปูนปลาสเตอร์ และมีสีเมจิกในกล่องให้เด็กระบายสีก่อนนำไปติดตู้เย็น
แม่ก็หยิบคละๆรสกันได้จนครบ 8 แพค.. พนักงานก็เชิญชวนต่อ.. พร้อมหยิบ Brochure มาให้ดู
ซื้อ 9 แพคเลยมั้ยคะ จะได้ครบ 400 บาท จะได้ไปแลกบัตรชมนิทานดนตรีได้...
อืม.. น่าสนใจ.. แม่ก็เลยตอบว่า
เอาสิ พร้อมทั้งเอื้อมมือไปหยิบนมมาอีกแพค
ส่วนพ่อหันไปถามพนักงานว่า..
ซื้อ 10 แพค แถมอะไรอีกมั้ยครับ? พนักงานขายหัวเราะ
ไม่มีแล้วค่ะ
หลังจากนั้น แม่ก็โทรไปคุยกับมีดจอห์นสัน ได้ความว่าต้องส่ง fax ใบเสร็จรับเงินเข้าไปจองที่นั่ง โดยใบเสร็จที่ซื้อครบ 400 บาทจะและตั๋วได้ 2 ที่นั่ง เด็กต่ำกว่า 5 ขวบไม่คิด
การแสดงมีทั้งหมด 4 รอบ เสาร์อาทิตย์ที่ 29-30 มี.ค. รอบเช้าและรอบบ่าย
วันอาทิตย์ อาม่าชวนไปไหว้อากงที่วัดธรรมมงคล แม่จึงตัดสินใจจองรอบเสาร์บ่าย...
สัก 1 สัปดาห์หลังจากนั้น มีพนักงานโทรมาคอนเฟิร์มว่าได้ที่นั่งรอบวันอาทิตย์บ่าย... เอ๊า! ก็จองเสาร์บ่ายไปไม่ใช่เรอะ....
พนักงานบอกว่าที่นั่งรอบอื่นเต็มหมดแล้ว... ประมาณว่า ตกลงจะเอามั้ยคะ.....
ก็เลยต้องยอมจำนน.. สมองรีบคิดเลยไปถึงวันไหว้อากง คงไม่เป็นไรเพราะไปไหว้แต่เช้า น่าจะเสร็จทัน
วันอาทิตย์ที่ 30 มี.ค.
ตื่นแต่เช้า ยกครอบครัวไปไหว้อากงกันที่วัดธรรมมงคล เป็นการไหว้ครบรอบวันตายและเช็งเม้งในคราวเดียวกัน
กลับมากินข้าวกลางวันที่บ้านอาม่า พร้อมหย่อนธันไว้ ก่อนจะพาพี่แทนไปฟังนิทานดนตรีที่โรงละคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์...
จากบ้านเราขับรถไปไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงแล้ว บ่ายวันอาทิตย์ ถนนโล่งดีจริงๆ
ไปถึงก่อนเวลาพอสมควร เพราะพนักงานที่แม่โทรไปคุยด้วยบอกให้มาถึงก่อนเวลาสักครึ่งชั่วโมงเพื่อจะได้เลือกที่นั่ง ครอบครัวเราก็ไปตามเวลาที่บอก แต่ประตูโรงละครเปิดช้ากว่าเวลาที่บอกไว้อีกครึ่งชม. สรุปว่าไปรออยู่ด้านหน้าประมาณชั่วโมงนึงได้... แถมที่นั่งก็ไม่ได้เลือกเพราะเค้า fix มาให้เลย location ก็อยู่กลางๆไม่หน้าไป ไม่หลังไป แต่อยู่เสียชิดริมด้านซ้าย ติดลำโพงเลยทีเดียว
ก่อนเข้าโรงละคร ก็มีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆได้ทำกันหน้างาน มีกระดาษแข็งคาดหัวเป็นรูปสัตว์ทะเล ให้เด็กๆได้ระบายสี เอาสติ๊กเกอร์มาติดเพื่อตกแต่งแล้วเอามาใส่เป็นหมวก
แล้วก็มีมุมเพ้นท์สี ให้พี่ๆเพ้นท์สีบนตัว บนมือ บนหน้าของเด็กๆตามที่ต้องการ ของแทนให้เพ้นท์บนหลังมือ
ตอนที่นั่งรออยู่ แทนก็มองดูมือของเด็กที่นั่งอยู่ด้านหน้า เพ้นท์เป็นรูปโดราเอมอน...
พอถึงคิวของแทน พี่เค้าถามว่า
เอารูปอะไรดีคะ?
เอารูปโนบิตะ แทนตอบ
พี่เกาหัวแกรกๆ... เอิ่ม.. วาดไม่เป็นค่ะ.. สุดท้ายได้มาเป็นรูปเต่าทอง ไม่รู้ว่าพี่เค้าเสนอเอง หรือแทนเป็นคนบอก.... ว่าแต่.. มันเกี่ยวกะโดราเอมอนหรือโนบิตะตรงไหนเหรอ?
ผ่านประตูเข้าไปได้ก็นั่งรออยู่อีกพักใหญ่ ฟังเพลงซ้ำวนไปวนมาจนแทนถาม
เมื่อไหร่จะมีนิทานซะทีล่ะแม่ แทนฟังเพลงนี้จนเบื่อแล้ว
กร๊ากกกก... บ่นเหมือนใจแม่คิดเลย ฮ่าๆๆ
นิทานมีทั้งหมด 4 เรื่อง เล่าพร้อมเทคนิคประกอบการเล่า 4 แบบ
เรื่องแรก เรื่องเจ้าชายสายลมกับเจ้าหญิงสายรุ้ง คนเล่าเป็นนักเล่านิทานที่เล่าเรื่องเจ้ามังกรไฟไม่เรียนหนังสือ... พ่อเห็นหน้าปุ๊บก็จำได้ ส่วนแม่ได้ยินเสียงก็จำได้เช่นกัน... เล่าเปล่าๆคนเดียว ไม่มีเทคนิคพิเศษใดๆ จวบจนตอนท้ายของเรื่องจึงได้นำเอาฟองสบู่มาประกอบการเล่าตอนจบ...
แม่ชื่นชมพี่คนนี้มาก ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อพี่ต้อง แค่เล่าเปล่าๆ ยังทำให้เรื่องราวน่าสนใจได้ เป็นคนที่มีความสามารถมากจริงๆ
ส่วนแทน คงคาดหวังจะให้มีเจ้าชายเจ้าหญิงเดินออกมาประกอบฉาก พร่ำถามแม่ว่า
เมื่อไหร่ตัวจริงจะออกมาล่ะ?
เรื่องที่สองเป็นเรื่องมหัศจรรย์วันน้ำท่วมโลก อันนี้ดูเหมือนละครเวที ให้คนสวมชุดสัตว์ต่างๆ คล้ายๆแมสคอท และอาศัย นักร้องวงซิมโฟนีเป็นคนร้องเพลงและพากย์เสียง
เรื่องที่สามเรื่องปูยักษ์ใต้ทะเล เรื่องนี้ใช้เทคนิคของเงาช่วยเล่าเรื่อง ความรู้สึกคล้ายๆการดูหนังในโรงหนัง แต่ตื่นตากว่าตรงที่เงาสามารถวิ่งไปได้ทั้งโรงละคร ไม่จำกัดอยู่เฉพาะด้านหน้า
เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องช้างกับเรือ อันนี้คล้ายการดูจินตลีลาประกอบการเล่าเรื่อง ใช้สัญลักษณ์ค่อนข้างเยอะ..
ทุกเรื่องมีเสียงดนตรีประกอบจากวงซิมโฟนีของมหิดล...
งานนี้แทน behave ดีเกินคาด หยุดนิ่ง ใจจดใจจ่ออยู่กับเรื่องเล่าทั้งสี่แบบไม่ละสายตา ไม่มีบ่น ไม่มีการขอให้แม่พาออกนอกห้องก่อนเวลาเลิก มีปฏิสัมพันธ์กับการแสดงตลอดเวลา ทั้งหัวเราะ กลัว ตื่นเต้น ราวกับถูกสะกด...
บอกตรงๆ ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรนักกับของที่ได้มาฟรีๆ แถมยังมาเปลี่ยนรอบของเราเสียอีก ยังคิดในใจว่า ช่างมัน ไปได้ก็ไป ไม่ได้ก็ไม่ไป แต่พอได้มาเห็นทีท่าของลูกแล้ว แม่รู้สึกดีใจที่แม่ได้พาแทนมาที่นี่จริงๆ แทนโตพอที่จะเข้าใจเรื่องราวต่างๆได้ แม้จะไม่ทั้งหมด เพราะบางเรื่องก็ซับซ้อนเกินกว่าสมองน้อยๆจะเข้าใจ แต่แทนก็มีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้...
ขอบคุณกิจกรรมดีๆจากมีดจอห์นสันครับผม |