Special Saturday

วันเสาร์นี้เป็นเสาร์ที่ไม่ธรรมดา
.
เสาร์ที่ธรรมดาเป็นวันที่แม่ตื่นเช้ามา เตรียมอาหารเช้า ซักผ้า ตากผ้า ป้อนข้าวแทน เตรียมอาหารเสริมให้ธัน อาบน้ำลูกทั้งสอง สายๆก็พาธันนอนเสียรอบหนึ่ง หลังจากนั้นก็ทำกิจกรรมกับแทนตามสถานการณ์ เช่น เล่นสีน้ำ ตัดกระดาษ อ่านหนังสือ เตะบอล ล้างจาน เด็ดผัก เป่าขลุ่ย เล่นคีย์บอร์ด ปั้นแป้งโดว์ ฯลฯ....
แต่เสาร์นี้ไม่เหมือนเสาร์ทั่วไป... เนื่องจากอาม่ามีนัด check up ที่เซนต์หลุยส์ ส่วนแม่ก็นัดหมอฟันวันเดียวกัน โซ้ยอี๊ซึ่งปกติคอยทำหน้าที่พาอาม่าไป check up ทุก 2 เดือน ครั้งนี้หนีไปเที่ยวหัวหินกับน้าต่อซะ แม่ก็เลยได้โอกาสควงอาม่าสองต่อสอง
ตอนแรกตั้งใจจะพาธันไปด้วย เพราะปล่อยลูกสองคนไว้กับพ่อ ไม่ไหวแน่.. โชคดีที่คุณยายอาสามาเลี้ยงธันให้ ธันก็เลยอยู่กับคุณยาย แทนอยู่กับพ่อ...

เช้าวันเสาร์นี้จึงเป็นครึ่งวันหยุดที่ปลอดลูกของแม่.... นานน๊านนนนจะมีซักที...
แม่ไม่ได้หาหมอฟันมาสองปีเห็นจะได้.. ดีที่ฟันยังอยู่ครบทุกซี่
หาหมอกันเรียบร้อย อาม่าชวนไปซื้อของที่บางรัก ซึ่งเป็นกิจกรรมปกติที่อาม่ากะโซ้ยอี๊จะทำกันประจำอยู่แล้ว... แถมงวดที่แล้วที่อาม่ามาหาหมอไม่ได้แวะบางรักเหมือนเคยด้วยเหตุที่ว่าแม่โทรเรียกให้รีบกลับมาซะก่อน.. เพราะอะไรน่ะเหรอ... หึ หึ.. โซ้ยอี๊ดันขับรถคันเก่าของแม่ไป แล้วแม่ก็จะขายรถเอาวันนั้นพอดี... เลยต้องโทรตามให้รีบขับกลับมา
โชคดีนะที่ขายรถได้ในวันนั้นจริงๆ ไม่งั้นอาม่าคงบ่นอุบ...

คราวนี้ก็เลยเหมือนเก็บกด.. ไม่ได้ไปบางรักมา 4 เดือน... คงเหมือนคนต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพ.. โห.. อาม่าขนซื้อของซะจนแม่แทบต้องเอาปากคาบ...
ของที่ซื้อทั้งหมดล้วนเป็นของกิน ทั้งของสดของแห้ง ของดิบ ของสุกเต็มไปหมด...
เท่าที่นึกได้ตอนนี้ว่าซื้ออะไรไปบ้างก็มีกาแฟ ผักดอง ขนมปังแครกเกอร์ เห็ดหอม กระเพาะปลา หมูหยอง ใบชา น้ำตาลกรวด หมูแผ่น หมูหวาน เป็ดย่าง หมูย่าง ซาลาเปา ซุปงาดำ ผักน้ำ
ไม่ต้องคิดภาพว่าถ้าธันมาด้วยจะเป็นยังไง... ฝันในการช้อปปิ้งบางรักของอาม่าคงล่มสลายอีกครา...

แรงบันดาลใจที่อยากเล่าเรื่องนี้มาจากบรรยากาศร้านค้าต่างๆที่แม่ได้มีโอกาสไปสัมผัสมา
ร้านค้าห้องแถวแคบๆ พื้นปูนเปลือยแบบที่รีสอร์ทสมัยใหม่นิยม.. แต่เนื่องจากอายุของปูนคงมากโขแล้ว พื้นจึงเป็นสีเข้มๆกระดำกระด่าง ของแห้งที่วางขายระเกะระกะอยู่เต็มร้าน เช่น เห็ดหอมแห้ง ข้าวสาร เยื่อไผ่ กระเพาะปลา บนฝาผนังก็มีชั้นวางอาหารแห้งประเภทกระป๋อง กล่องทั้งหลาย เช่น ชา กาแฟ เก็กฮวย ชั้นบนสุดมีเชือกฟางหลากสี.. บนฝ้าเพดานมีเหล็กรูปตัว S แขวนหมูหยองอยู่ เวลามีคนซื้อต้องใช้เหล็กแท่งยาวเกี่ยวลงมา
เจ้าของร้านเป็นชายสูงอายุร่างเล็กรุ่นราวคราวเดียวกับอาม่า ผมสีขาวโพลน แต่ยังแข็งแรง ปีนขึ้นปีนลงหยิบของตาม order ของอาม่าอย่างคล่องแคล่ว อาม่าบอกว่าซื้อมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อเค้าแน่ะ คนนี้เป็นรุ่นลูก...
มีรุ่นหลานด้วย ดูจากหน้าตาแล้ว น่าจะวัยเด็กกว่าแม่เล็กน้อย...

อีกบรรยากาศที่น่าจดจำ คือตลาดสดบางรัก อาม่าเดินดุ่มๆตรงเข้าไปอย่างผู้ชำนาญการ ซื้อผักน้ำครึ่งกิโล.. ผักน้ำนี่ก็แปลก ต้องมาซื้อที่ตลาดบางรัก ตลาดสดแถวย่านรามอินทราไม่ยักมี...
นอกจากผักน้ำก็ยังมีคะน้าฮ่องกงต้นเขียวอวบ ขนาดกำลังกิน... มีผักอื่นๆอีก แต่จำไม่ได้แระ อัพไดฯย้อนยุคก็เงี้ย...
ผ่านจากของแห้ง ของสดไปเรียบร้อย เราก็ไปเสนอหน้าอยู่หน้าร้านเป็ดย่างประจักษ์... ซื้อหมูย่าง ซาลาเปา และโครงเป็ดมาต้มน้ำแกง... (กลับไปถึงบ้านพ่อถึงกับหงุดหงิดบ่นกระปอดกระแปดว่าไปถึงบางรักไม่ยอมซื้อเป็ดย่าง ซื้อแต่กับข้าวอะไรมาก็ไม่รู้ แม่ซื้อกับข้าวจากโรงพยาบาลไป หุ หุ)
จะไปรู้เรอะว่าอยากกินอ่ะ...
เฉาก๊วยถังใหญ่ก็ดูน่ากิน.. แม่สะกิดถามอาม่าว่าเอาไหม.. อาม่าแอบกระซิบว่าคนขายร้านนี้ดุสุดๆ อาม่าเคยซื้อทีนึง แล้วเค้าไม่ได้ให้น้ำเชื่อม อาม่าเลยถามว่าแล้วน้ำเชื่อมล่ะ คนขายตอบเสียงดุๆว่า น้ำเชื่อมน่ะมีไว้ขาย ไม่ได้ให้ ถ้าจะเอาก็ 10 บาท...
เฮ้อ.. 10 บาทก็ 10 บาทสิ.. จะว่าแพงก็แพงอ่ะนะ แต่แม่ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคนซื้อเท่าเรื่องมารยาทของคนขายหรอก แปลกนักทำไมคนค้าคนขายต้องพูดจาเหมือนมีบุญคุณกับคนซื้อมาแต่หนไหนด้วย...
กลับถึงบ้านเกือบบ่ายโมง พ่อต้องเจียวไข่ให้แทนกินกับข้าวกลางวันรอไปก่อน... ส่วนธันเพิ่งนอนหลับอยู่ที่บ้านอาม่าเลยถูกทิ้งไว้ยาวจนเย็น ค่อยแวะไปรับ...
 |